“ตัวตนบนโลกนี้”

มกราคม 23, 2010

           ความหมายของการมีตัวตนอยู่บนโลกนี้ของคุณคือสิ่งใด คุณอยากจะอยู่ทำไม

            ชีวิตผมเดินทางมาเกือบครึ่งหนึ่งของหน่วยเวลาที่ ณ ปัจจุบันนั้นเค้าให้เวลาผมอยู่ที่ 60 ปี หรือ 21,900 วันเท่านั้น

 ตอนนี้ผมใช้มันมา 9,855 วันแล้ว เหลืออีกแค่ 12,045 วันเท่านั้นบนโลกใบนี้ ลองคิดดูคุณยังพลาดอะไรหรือไม่ได้ทำอะไรที่อยากอีก

มันก็อาจจะดีถ้าคุณสามารถรักษาลมหายใจของคุณให้ยืนยาวต่อไปได้ แต่เพื่ออะไร นั้นแหล่ะ ในขณะที่ตอนนี้ยังสามารถทำสิ่งที่ทำได้ทำไมไม่ทำ

สาระที่สำคัญของการดำรงไว้ซึ่งลมหายใจของคุณคืออะไรกัน คุณรักษามันไว้เพื่อสิ่งใดกันเล่า ในเมื่อในเวลาที่ผ่านไปแต่ละนาที ชั่วโมง

คุณไม่ได้ออกจากวังวนของสารบบเลย

ผมไม่ได้บอกว่าการวิ่งไม่ดีนะเพียงแต่คุณต้องวิ่งอย่างถูกที่ถูกทางของมัน ผมไม่รู้ว่าพวกคุณจะรีบเร่งกันไปไหนมองไปก็มีแต่พวกคุณวิ่งกันเต็มไปหมด

การวิ่งนั้นดีเพียงแต่คุณไม่ได้วิ่งไปหาตัวเองเลยมันก็เหมือนคุณวิ่งผิดวิธีทำให้ร่างกายไม่ได้แข็งแรงไม่ก่อเกิดกล้ามเนื้อแห่งความคิดและปัญญา

 ทุกๆอย่างในโลกนี้ถูกสร้างมาเพื่อให้คุณ รีบเร่ง, รวดเร็ว, ร้อนแรง, รุ่มล่าม, รุกรี้รุกลน,

ระแวดระวัง ฯ กับทุกอย่างเรารีบได้ “แต่ชีวิตคุณต้องซึมซับมันให้ได้มากที่สุด”  


Empty memory

มกราคม 23, 2010

สูญ-เสีย 

                ฉันเคยคิดเสมอว่าคนเราเกิดมาเพื่อสร้างความทรงจำ ไม่ว่าจะดีหรือร้ายยังไงก็ตาม เราไม่มีทางที่จะลบล้างมันได้ มันมีแต่แค่จะเลือนลางไปเองเท่านั้น

            ฉันตั้งใจเสมอว่าวันวันหนึ่งในชีวิตฉันต้องส้รางเรื่องราวที่น่าประทับใจในทุกๆวัน แต่บางทีมันก็กลับได้ผลลัพธ์ออกมาตรงกันข้าม ฉันไม่ได้พยายามที่จะลบมันไป แย่กว่านั้นอีกเพราะฉันมักจะเก็บบันทึกทุกๆอย่างที่เป็นต้นเหตุของความทรงจำนั้น เพื่อที่ว่ามันจะยังชัดเจนได้เสมอเมื่อวันนึงฉันอยากจะนึกทบทวนถึงมันสักครั้งหนึ่ง 

            วันนี้ฉันมองสิ่งที่ฉันบันทึกเก็บรายละเอียดของความทรงจำเหล่านั้นทุกๆชิ้น แต่ฉันกลับไม่สามารถเห็นความงดงามและความร้ายกาจของมันได้เลย ถึงแม้ฉันจะจำลายมือของตัวเองได้ดี แต่ฉันกลับรู้สึกว่าไม่ได้มีส่วนร่วมกับช่วงเวลาเหล่านั้นเลย ฉันรู้สึกแต่เพียงว่า ฉันนั่งอยู่ตรงนี้เสมอ ไม่ได้ไปในที่แห่งนั้นดังที่ลายมือเหล่านั้นเล่าขานเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้น(หรือมันยังไม่เคยเกิดขึ้น) 

            ฉันเคยเป็นแบบนั้นจริงๆหรอฉันเคยยิ้มและหัวเราะได้มากมายขนาดนั้นกับเรื่องที่ไร้สาระที่สุดแบบนั้น ฉันเคยโกรธและโมโหอาละวาดได้แบบนั้นเลยหรอ ฉันนึกภาพตัวเองขณะนั้นไม่ออกเลยจริงๆ ถึงแม้ว่ารูปถ่ายมากมายหลายภาพเหล่านั้นมองยังไงก็คือฉัน เป็นรูปร่างหน้าตาของฉัน ขาดก็แต่เพียงจิตวิญญาณที่มีในตัวฉันใส่ลงไป 

            ฉันมองดูข้าวของส่วนตัวของฉันที่เก็บไว้มากมายล้วนแล้วแต่เป็นของฝากจากทุกที่ทุกหนแห่งที่ฉัน(ในอดีต)เคยไปมา ความรู้สึกของฉันหายไปไหน ฉันถามตัวเอง มันเหมือนฉันส่องกระจกแล้วมองไม่เห็นตัวเอง ถึงแม้ว่ารูปร่างในนั้นจะใช่ตัวฉันก็ตาม แต่บางสิ่งลึกลงไปข้างในนั้นมันไม่ใช่ 

            ตัวฉันหายไปไหน หรือว่าตัวฉันตอนนี้คือฉันแบบนี้มาตลอด อย่าว่าแต่ตัวฉันเลยทุกคนรอบๆตัวของฉันที่เคยร่วมอยู่ในกาลเวลาเหล่านั้นก็ยังหายไป ใครถอนพวกเค้าไปจากธนาคารความทรงจำฉัน

            จากนี้ไปฉันคงต้องสร้างความทรงจำขึ้นมาใหม่ ในเมื่อภาพเดิมของความทรงจำเหล่านั้นไม่เคยชัดเจนขึ้นอีกเลย แต่เรื่องเดียวที่ฉันกังวลคือ

 “เวลาเพียงสองเดือนจะสามารถสร้างความทรงจำได้กี่ครั้งกันเชียว”

“คุณค่ะ คุณค่ะ ได้เวลาทานยาแล้วค่ะ”

………………………………………..”